ShortFix

(RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRR)

.......ครับ

กี่โมง......ได้ แล้วผมจะไป

อื้อ....พอแล้ว หมดเวลาของคุณแล้ว ผมมีลูกค้าอีกนะ

น่า....อีกนิดเดียว

ฉันจ่ายไปตั้งสามแสนนะ ยังไม่จุใจเลย....หึ เธอมันก็แค่อีตัวชั้นสูง อย่าทำเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า

บอกให้หยุดไงเล่า!!

-----------------------------------

สองขาเพรียวยาวก้าวย่างช้าๆ ไปตามทางเดินคอนกรีตที่สว่างไสวด้วยแสงไฟบนยอดเสาสูงข้างทาง อากาศเย็นจัดในฤดูหนาวที่ปะทะผิวหน้าเทียบไม่ได้เลยกับหัวใจที่เย็นเยียบด้านชาของเด็กหนุ่มร่างผอมบางผู้นี้ มือขาวที่ซุกอยู่ในแจ๊คเก็ตแบรนด์เนม ยกขึ้นผลักประตูกระจกอาคารหรูหราตรงหน้าเข้าไปยังด้านในเมื่อมาถึงสถานที่นัดพบ

ทาคุมิใช่มั้ยครับ ร่างเล็กหยุดจังหวะเท้ามองชายในชุดสูทภูมิฐานตรงหน้า คิ้วเส้นเล็กบนดวงหน้าเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ

มาตรงเวลาดีนะครับ....เอ่อ ผมโชจิ เป็นแค่คนติดต่อคุณเท่านั้นแหละ ไม่ได้เอ่อ...นั่น...เอง คือว่าลูกค้าของบริษัทเราเค้าพอใจกับงานที่เราทำให้มาก ก็เลยอยากตอบแทนให้เจ้านายของเราเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับก็เลย...

ก็เลยติดต่อผม ทาคุมิหรือคุมิ ต่อให้เสร็จสรรพ หลังจากฟังพนักงานหนุ่มคนนี้พูดพล่ามอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ

อ่ะ....ใช่ครับ โชจิยิ้มเขินกับท่าทางของคนร่างเล็ก แค่พูดคุยด้วยอย่างเดียวยังน่าหลงใหลได้ขนาดนี้ มิน่าล่ะ...พวกไฮโซเขาถึงได้ร่ำลือกันว่าถ้าได้ลองแล้วต้องติดใจทุกรายไป เสียอย่างเดียวที่ลูกชายคนเดียวของตระกูลฟุมิยะคนนี้ค่าตัวแพงหูฉี่ไปหน่อย

แล้ว.....

อ้อ...ทางนี้เลยครับ เจ้านายท่านรออยู่ที่ห้องพักด้านบนแล้วล่ะครับ ชายร่างสูงกล่าวแล้วเดินนำไปยังลิฟต์ด้านใน นำพาร่างเล็กไปจนถึงหน้าห้องพักห้องใหญ่ชั้นบนสุดของอาคารสุดหรูที่ใช้เป็นห้องพักส่วนตัวสำหรับเจ้านายเท่านั้น โชจิเคาะประตูสองสามครั้งตามมารยาท แล้วจึงเปิดประตูไม้สักเนื้อดีเข้าไปด้านใน

เจ้านายครับ...มาแล้วครับ ลูกจ้างหนุ่มรายงานเจ้านายของตนที่ยืนหันหลังสูบบุหรี่ตรงระเบียงรับลมด้านนอก ร่างสูงดึงควันเข้าปอดอีกครั้งแล้วจึงหันหน้ากลับเข้าสู่ด้านใน วินาทีแรกที่ได้สบตากับร่างผอมบางที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำให้เขาชาวาบไปทั้งตัว ภาพต่างๆ เมื่อครั้งอดีตพากันผุดขึ้นมาในหัวจนต้องกัดกรามแน่น

เธอจะเลือกใครคุมิ

ผม...

ไม่ต้องพูดแล้ว....ฉันไม่อยากฟัง!~

ขอบใจ...ไปได้แล้ว ร่างสูงเอ่ยเสียงเข้มกับลูกน้องที่รีบทำตามคำสั่งอย่างทันที คุโรซาวะ เคน มองร่างตรงหน้าด้วยสายตาชิงชัง ปากอิ่มหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแค่น

ที่เคยได้ยินมา ไม่ผิดสินะ...ว่าเธอเร่ขายตัวให้ไฮโซพวกนั้น แค่ประโยคแรกก็ทำให้ทาคุมิหน้าชาได้ไม่ยากเลย

คุณเคนกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่...ผมไม่เห็นรู้เลย ปากบางฉีกยิ้มกว้างให้ แสร้งทำเป็นหูเฝื่อนไปชั่วขณะกับคำพูดเย้ยหยันถากถางแบบนั้น แต่ใช่ว่าเขาเองจะไม่เคยได้ยินจากปากของเคน

นานพอที่จะรู้ว่าเธอทำตัวไร้ค่าแบบนั้นล่ะน่า

อย...อย่างนั้นเหรอครับ มือบางสองข้างเลื่อนมาบีบกันแน่นอย่างไม่รู้ตัว เด็กหนุ่มกำลังตัวสั่น ดวงหน้าเรียวขาวก้มต่ำเมื่อรู้ว่า คนที่ตนรอคอยไม่คิดที่จะกลับมาหากัน เป็นเขาคนเดียวที่เฝ้าแต่คิดถึงคนที่รัก...แค่เขาคนเดียวที่รออยู่

ไอ้ชุนสึเกะมันจ่ายให้ไม่พอรึไง ถึงต้องมาเร่ขายไปทั่วแบบนี้! ตาคมกร้าวตวัดมองอย่างดูถูก

สองเท้าของเด็กหนุ่มก้าวถอยหลังไปจนติดประตู มือบางยกขึ้นจับลูกบิดเมื่อหันหน้าหาทางออกได้หลังจากคำพูดเสียดสีหลุดออกจากปากร่างสูงมาอีก อยากจะก้าวขาออกไปให้พ้นจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ว่ามือแข็งแกร่งของอีกฝ่ายก็กระชากกลับเข้ามาปะทะอกกว้างเต็มแรงตามด้วยเสียงประตูที่ถูกปิดลงกลอนแน่นหนา

มาแล้วก็บริการให้คุ้มเงินด้วยสิ...อย่าทำให้ลูกค้าฉันเสียน้ำใจ เค้าอุตส่าห์สรรหาของพรรค์นี้มาตอบแทนให้ทำให้ฉันดูหน่อยสิ...ว่าเธอบริการลูกค้าคนอื่นยังไง เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากจับคนตัวเล็กมานั่งคร่อมอยู่บนตักตัวเอง ดวงตาคมสีสนิมจับจ้องแววตาพร่าไหวที่หลุบต่ำอยู่อย่างคาดคั้น มือหนาเลื่อนลูบหนักๆ ตรงบั้นท้ายนุ่ม ก่อนจะเลื่อนสัมผัสสอดผ่านขอบเอวกางเกงเข้าไปบีบขยำเนื้อแท้ของร่างเล็กที่นั่งตัวเกร็ง

คุมิ

เคนเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงดุดัน เด็กหนุ่มจึงค่อยๆ ขยับมือที่กำชายเสื้อตัวเองขึ้นเกาะบนบ่ากว้าง ริมฝีปากฉ่ำแดงโน้มเข้าหาปากอิ่มได้รูป แตะเบาๆ แล้วถึงเพิ่มแรงขบเม้มบดคลึงให้อีกฝ่ายยอมเปิดปากให้ลิ้นนุ่มเย็นเข้าไปพัวพันด้วย มือบางเลื่อนต่ำลงมาปลดกระดุมเชิ้ตเนื้อดีของร่างสูงออก ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้ไปตามอกกว้างจนถึงเข็มขัดหนัง กางเกงสแลค บอกเซอร์ตัวใน ถูกถอดออกตามลำดับ

ทาคุมิขยับตัวยันเข่าสูงขึ้นเพื่อถอดชุดของตัวเองออกจนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นเรือนร่างที่ผอมบางลงมากกว่าเดิม เคนมองภาพตรงหน้านิ่ง เขาขยะแขยงกับการกระทำคนเด็กหนุ่มตรงหน้า เด็กที่เคยหัวอ่อน ไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้สกปรกเกินกว่าที่เขาจะรับได้ ความคิดของชายหนุ่มที่ประเดประดังเข้ามาหยุดลงแค่นั้น เมื่อมือนิ่มอีกฝ่ายเลื่อนมาสัมผัสกับส่วนร้อนของเขาจนตั้งชัน ดวงหน้าสวยก้มต่ำลงเรื่อย เรียวปากร้อนระอุค่อยครอบครองส่วนนั้นเข้าไป อุ้งปากร้อนรุมกับลิ้นเย็นชื้นที่รูดขึ้นลงเป็นจังหวะทำให้เคนขบกรามแน่น

ดวงตาสีสนิมหลับลงเมื่อความเสียวกระสันวิ่งวนมารวมตัวกันที่ปลายทางจวนปลดปล่อยออกมาเต็มที ร่างสูงครางเครือเสียงพร่า ร่างเล็กค่อยๆ ถอนการครอบครองนั้นออกมาเมื่อพาชายหนุ่มไปถึงจุดสูงสุด ทาคุมิขยับเรือนร่างอรชรของตนขึ้นมาแล้วค่อยๆ กดช่องทางด้านหลังลงกับส่วนร้อนนั้นจนแนบสนิท หน้าสวยเหยเก เจ็บร้าวกับสัมผัสนั้นจนต้องหลุดเสียงครางในคอออกมา แม้จะผ่านใครมาหลายต่อหลายคนแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ชินกับมันอยู่ดี มือสองข้างยกขึ้นเกาะบ่าของเคนอีกครั้งเพื่อพยุงตัวก่อนเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงอย่างนุ่มนวล ร่างสูงลืมตาขึ้นมองร่างตรงหน้าที่หลับตาพริ้มโยกขยับอยู่บนร่างกายของเขา มือหนาจับกระชับเอวบางให้บดเบียดลงมาแรงขึ้นอีกตามอารมณ์คุกรุ่น ยิ่งส่งผลให้เสียงครางหวานหูดังขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

เคนโน้มหน้าเข้าหาปากฉ่ำแดงที่ขบเม้มกันเน้น นาบริมฝีปากเจือกลิ่นบุหรี่ของตนลงไปบดคลึงด้วยความเร่าร้อนไม่ยี่หระว่าปลายเล็บอีกฝ่ายจะจิกทึ้งผิวกายของเขารุนแรงเพียงใด เสียงผิวกายที่เสียดสีกระทบกันแรงขึ้นเรื่อยพร้อมกับเสียงครางพร่าหวิวของทั้งคู่จนกระทั่งสิ่งเหล่านั้นค่อยๆ สงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจเหนื่อยหอบกับเสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องที่ส่งเสียงครางเครือริบหรี่เป็นระยะ

ร่างเล็กที่ซบหน้าอยู่กับบ่ากว้าง ช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างของเคนครู่หนึ่งถึงได้ขยับลุกออกจากตัวของร่างสูง ร่างผอมบางขดตัวนอนหันหลังให้ มือเล็กกดแน่นตรงอกข้างซ้าย ดวงตาเรียวรีจับจ้องแจกันดอกไม้กระดาษเครื่องประดับห้องพักนิ่งราวเหมือนเป็นสิ่งประหลาด เคนมองตามการกระทำนั้น มองต่ำเรื่อยลงไปบนแผ่นหลังเนียนที่ไร้ผ้าห่มปิดคลุม

โดนอะไรมา มือหนาพลางแตะลงบนรอยแผลเป็นขนาดใหญ่กลางแผ่นหลังบางนั้น เด็กหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ ริมฝีปากขยับเอ่ยคำตอบออกมาบางเบาเกือบกระซิบ

...ไม่สำคัญอะไรหรอกครับ ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งทันที หยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ขาเพรียวแตะลงพื้นแล้วดันตัวเองยืนขึ้นยากลำบากแล้วเดินตรงไปที่หน้าประตูห้อง

หมดหน้าที่ของผมแล้ว....ขอบคุณนะครับที่เรียกใช้บริการ

เคนมองทาคุมิก้าวพ้นออกไปจนประตูบานเดิมนั้นปิดสนิทลง ดวงตาคมเข้มอ่อนแสงลง เขาควรจะโกรธเด็กนั่นให้มากกว่าที่เป็นอยู่ไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมหัวใจของเขาในตอนนี้มันช่างแปลบปลาบเหลือเกิน

*~*~*~*~*~*~*~*~*

ไหนมันบอกว่ามันรักแกไง แล้วทำไมถึงได้จะหนีแกไปนอกซะล่ะ เหอะ! ไอ้เคนมันไม่ได้รักแกจริงหรอก ธนาคารมันจะมายึดบ้านเราอยู่แล้วไม่เห็นมันช่วยอะไรสักอย่าง

คุณนายบ้านฟุมิยะโวยใส่ลูกชายลั่น หล่อนหัวเสียที่โดนไล่อย่างกับหมูกับหมาหลังจากไปขอความช่วยเหลือจากคุณหญิงบ้านคุโรซาวะ การที่ไม่เคยเข้าไปช่วยสามีบริหารธุรกิจใหญ่โตที่มี เลยส่งผลให้ธุรกิจของตระกูลต้องมีอันล้มละลายจนได้หลังจากสามีมาด่วนตายจากไปด้วยอุบัติเหตุ

ไปอาบน้ำแต่งตัวซะใหม่ได้แล้ว...เย็นนี้คุณชุนสึเกะเค้าจะมารับแก แล้วก็ตามใจเค้าด้วยล่ะ เค้าจะช่วยถ้าแกว่าง่ายๆ รู้ใช่มั้ยว่าต้องทำยังไง

ทาคุมิซอยเท้าวิ่งเต็มกำลังเข้าภายในอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบิน เมื่อลงจากรถแท็กซี่ได้ เขาไม่ได้รอชุนสึเกะตามคำสั่งของคุณนายฟุมิยะ หากแต่เขาแอบออกมาส่งชายคนรักที่กำลังจะขึ้นเครื่องไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษเย็นนี้ต่างหาก เด็กหนุ่มยิ้มออกเมื่อเห็นคนรักกำลังเดินเข้าไปด้านในเมื่อถึงกำหนดเวลาขึ้นเครื่อง

คุณเคน...กลับมาเร็วๆ นะครับ...ผมจะรอ

*~*~*~*~*~*~*~*~*

เขากลับมาแล้ว ทาคุมิที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟากลางห้องเปรยออกมาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อนสนิทอย่างฮิโรกิก็ยังได้ยิน เพื่อนที่เหลือเพียงคนเดียวมักจะมาอยู่เป็นเพื่อนในห้องพักเล็กๆ นี้ที่ซื้อเอาไว้หลังจากบ้านโดนยึด

ใครเหรอ

คุณเคน...เขากลับมาแล้ว ตึกหรูๆ ที่สร้างเมื่อปีกลายใกล้ๆ กับห้างโตคิวน่ะ...สำนักงานของเค้า ทาคุมิแนบแก้มลงกับเข่าก่อนจะพึมพำออกมาอีกครั้ง

คิดถึง....

ฮิโรกิละสายตาจากทีวีตรงหน้ามายังเพื่อนตัวเอง ท่าทาง แววตาเศร้าแบบนั้น ทำให้นึกสงสารจับใจ ผู้ชายคนนั้นจะรับรู้บ้างหรือเปล่าว่าเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ คนนี้น่าสงสารขนาดไหน เด็กที่ไม่เหลือใคร แม่ที่ต้องมาตายจากไปเพราะหัวใจวาย รับไม่ได้หลังจากทรัพย์สินทุกอย่างถูกยึดในที่สุด คุโรซาวะ เคน จะรู้รึเปล่าว่าวันที่ก้าวเท้าออกจากประเทศนี้คือวันที่ ฟุมิยะ ทาคุมิ หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง

ไม่ไปหาล่ะ ทาคุมิส่ายหน้าแทนคำตอบ เขาไม่กล้าขนาดนั้นหรอก กลัวสายตาชิงชัง กลัวคำพูดจากปากอิ่มแดงนั้น กลัวทนไม่ได้หากว่าเคนจะไม่ต้องการเขาอีกแล้ว

คุณคะ เข้าไม่ได้นะคะ นัดไว้ก่อนรึเปล่า เลขาสาวสวยหน้าห้องรีบเดินเข้ามากันทันที เมื่อคนตรงหน้าทำท่าจะเข้าไปภายในห้องเจ้านายของหล่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสียงเอะอะหน้าห้องทำให้ร่างสูงต้องออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

มีอะไรกัน

คือว่าคุณคนนี้....

....คุมิ

คุณเคน....คือผม เคนรีบดึงทาคุมิเข้าไปในห้องทันทีเมื่อลูกน้องคนอื่นๆ ต่างเริ่มมองมาอย่างสนใจ

มีธุระอะไร เสียงห้วนห้าวถามขึ้นทันทีที่ปิดประตูสนิท

ผม....ผมแค่อยากมาชวนคุณเคนไปทานข้าวด้วยกัน ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ๆ นี่อร่อยมากๆ เลย นี่ก็เที่ยงแล้ว.....

ฉันไม่ว่าง...ถ้าเธอหิวก็ไปหากินเองก็แล้วกัน อีกอย่าง...เธอไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก

เคน...ไปกันได้รึยัง รอนานแล้วนะ เดี๋ยวแม่อายะก็ฉอดๆ ใส่เอาอีก ยูเพื่อนนักเรียนนอกที่จู่ๆ ก็เปิดประตูพรวดเข้ามาส่งเสียงถามดังลั่น ร่างสูงโปร่งมองคนทั้งคู่ก่อนจะยักคิ้วหลิ่วตาให้ ใช่ว่าเขาจะไม่เคยรู้จักร่างเล็กตรงหน้า

...ฟุมิยะ โสเภณีชั้นสูงที่คนร่ำลือ...ใช่ จะคิดอย่างนี้ก็คงไม่ผิด!

เดี๋ยวนี้นายควงกับคนแบบนี้เหรอวะเคน....ระวังนา คนเค้าจะลือว่านายไม่มีปัญญาหาของสะอาดๆ ใช้เอง

ไม่หรอกน่า....แค่คนเคยรู้จัก ไปกันได้แล้ว ฉันหิวแล้วว่ะ

ทาคุมิยกมือสั่นเทาขึ้นกดบนอกตัวเอง ปากบางสั่นระริก เจ็บเหลือเกิน...ตรงก้อนเนื้อที่มันกระแทกรุนแรงอยู่ในอกด้านซ้ายนี้ ผลลัพธ์ที่ทนความคิดถึงไม่ไหว ยอมด้านหน้า เสี่ยงที่จะเป็นฝ่ายมาหาก่อนแบบนี้ มาให้เขาดูถูกดูแคลน ตัวเขามันสกปรก ไม่มีค่าให้เคนกลับมาหาอีกแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ

ร่างบางก้าวเท้าออกจากห้องนั้นมาเรื่อยๆ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าพรั่งพรูลงมาไม่หยุด ม่านน้ำตากลบเกลื่อนทางตรงหน้าทำให้ต้องหยุดพิงผนังเอาไว้กันล้มลงไป

ไปอะไรรึเปล่าครับ โชจิพนักงานหนุ่มที่ทำท่าจะเข้าไปประคองต้องหยุดชะงัก เพราะเสียงตวาดของคนร่างเล็ก

อย่าจับ! เดี๋ยวมือคุณจะสกปรก ดวงตาที่กลบไปด้วยม่านน้ำตวัดมองคนตรงหน้า ก่อนจะรวบรวมกำลังแล้ววิ่งออกไปนอกสำนักงานท่ามกลางความสนใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่สายตาของเคนที่มองตามไป

เฮ้อ...ฝนดันตกลงมาได้ ยิ่งหนาวๆ อยู่ด้วย ฮิโรกิละสายตาออกมาจากกรอบหน้าต่าง เขานึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยกับฝนหลงฤดูแบบนี้ บรรยากาศท้องฟ้ามืดครึ้ม ขมุกขมัว ทำให้รู้สึกโหวงเหวงผิดปกติ

ฉันต้องกลับบ้านแล้วนะ นายเองก็พักผ่อนบ้างล่ะ หลังจากมาอยู่เป็นเพื่อนหลายวัน ฮิโรกิก็ต้องกลับไปให้ที่บ้านเห็นหน้าบ้าง แต่ก็อดเป็นห่วงเพื่อนตัวเล็กที่เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ได้ ข้าวปลาก็ไม่ยอมกินจนร่างกายซูบผอมลงไปเยอะ

อื้อ....ขอบใจนะฮิโรกิ ขอบใจที่ยังคบฉันเป็นเพื่อน ทาคุมิส่งเสียงอู้อี้ผ่านผ้าห่มออกไปทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ฮิโรกิยิ้มรับ ก้มลงลูบผมนุ่มของร่างเล็กเบาๆ กล่อมให้หลับสนิทแล้วถึงได้ออกจากห้องไปย่างเงียบเชียบ

ORDDDDDDD

เสียงออดหน้าห้องพักดังขึ้นอยู่นาน ทำให้เคนต้องละงานที่ทำค้างไว้ แล้วรีบเดินออกไปต้อนรับผู้มาเยือน

...คุมิ!

ผมเข้าไปได้มั้ย แค่แป๊บเดียว เคนยืนนิ่งอย่างพิจารณาก่อนจะเปิดประตูห้องพักกว้างขึ้นให้ร่างเล็กที่เปียกปอนน้ำฝนเข้ามาภายใน

นั่งก่อนสิ...ฉันจะหาอะไรอุ่นๆ ให้ดื่ม มือเย็นเฉียบรีบคว้าแขนอีกฝ่ายไว้

ไม่ต้องหรอกครับ...ผมแค่จะมาตอบคำถามที่คุณเคนยังไม่ได้ฟัง

ผม...ผมน่ะคิดถึงคุณทุกวัน อยากให้กลับมาหาผมไวๆ อยากให้กลับมาปลอบผมบ้างเวลาผมไม่มีใคร บอกว่ารักเหมือนเมื่อก่อน บอกว่า....

เข้าเรื่องได้รึยัง? ชายหนุ่มเมินหน้าหนี เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของคนตรงหน้าที่ล้นเอ่อลงมา มันกำลังทำให้เขาใจอ่อน

คุณเคน.....ผมเลือกคุณนะ เลือกมาตลอด ทาคุมิขยับเข้าไปใกล้ หากแต่เคนกลับถอยหนี ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มใจเสีย

ช่วยบอกว่ารักผมได้มั้ย ครั้งสุดท้าย....โกหกก็ได้ เคนยังนิ่ง ปากแข็งแม้กระทั่งคำโกหกที่อีกฝ่ายร้องขอ

ขอโทษนะครับที่ทำให้ลำบากใจ....ผมสกปรกเกินกว่าที่จะได้รับคำนั้นจากคุณอีกแล้ว ลาก่อนนะครับ...จะไม่มากวนใจอีกแล้ว

*~*~*~*~*~*~*~*~*

เด็กบ้า แกไปไหนมา...ไปหามันอีกแล้วใช่มั้ย มันช่วยอะไรแกได้.....ปึก!..ปึก!

โอ๊ย! คุณแม่ ผมเจ็บนะ

แกจะเจ็บกว่านี้อีก....ทำไมไม่ไปกับคุณชุนสึเกะ เค้าจะจ่ายเงินให้อยู่แล้ว แกหนีไปทำไม เห็นรึเปล่าไอ้พวกนั้นมันมายกของไปหมดแล้ว ไอ้ลูกไม่รักดี!

นี่ อย่าเอาของฉันไปนะ!

คุณแม่....ฮึก

*~*~*~*~*~*~*~*~*

ไงคุมิจัง นอนไม่หลับเหรอถึงมาหาลุงหมอถึงคลินิกได้ ชายกลางคนในชุดกราวด์ยิ้มถาม เมื่อเห็นคนไข้ที่เปิดประตูเข้ามาในห้องตรวจ

ครับ...วันนี้ขอเพิ่มจากเดิมหน่อยนะครับ ไม่อยากมาบ่อยๆ ขี้เกียจฟังลุงหมอดุเอาอีก คำพูดติดตลกของเด็กหนุ่มไม่ได้ทำให้คนแก่วัยขำไปด้วย ยิ่งเป็นลูกชายของเพื่อนที่เห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกแบบนี้ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ทาคุมิ....ลุงจะให้แค่ครั้งนี้นะ ลุงไม่อยากให้กินยานอนหลับมากๆ ขนาดนั้น เข้าใจนะ

ครับลุงหมอ...ครั้งนี้สุดท้ายจริงๆ

เฮือก!....เสียงแก้วแตกทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เคนลุกออกไปยังห้องครัวต้นตอที่มาของเสียง ทั้งยังเอะใจที่อยู่ๆ แก้วบนชั้นวางก็ตกลงมาแตกได้ทั้งที่ไม่มีอะไรไปโดน ร่างสูงรีบเก็บทิ้งก่อนที่จะเผลอไปเหยียบมันเข้าจนบาดเท้าเสียก่อน

...คุมิ รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อหยิบเศษแก้วขึ้นมา แก้วกาแฟแฮนด์เมดที่เด็กคนนั่นตั้งใจซื้อให้และเขาก็ยังเก็บมันเอาไว้อย่างดี

ใบนี้สวยที่สุดในร้านเลยนะครับ คุณเคนต้องใช้มันทุกวันด้วย ไม่งั้นผมไม่ยอมด้วยแหละ

จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ ชายหนุ่มรำพึง

คุโรซาวะ เคน ทนความกังวลใจไม่ไหว รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับรถไปยังห้องพักของทาคุมิทันที

รถตำรวจ รถกู้ภัยเปิดไซเรนอยู่หน้าตึกยิ่งทำให้เขาใจไม่ดีขึ้นไปอีก ขายาวสองข้างก้าวเร็วขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง มือหนากำเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว เมื่อหน้าห้องหมายเลข 217 เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ ที่กำลังวิ่งวุ่นเข้าออก

คุมิ!...ทาคุมิ!

เข้าไม่ได้นะครับ

ร่างสูงร้องเรียกร่างเล็กบางที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง หูอื้อ ตาลายไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเตือนของเจ้าหน้าที่หลายคนที่เข้ามารั้งเค้าออกไปนอกห้อง

ชายหนุ่มเข่าทรุดกระแทกลงกับพื้นเต็มแรง ไม่เจ็บสักนิด ถ้าเทียบกับหัวใจที่มันเต้นรัวเร็วอยู่ในอกตอนนี้ นี่เขาเห็นแก่ตัวมากไปหรือเปล่า เอาแต่ได้

เห็นความคิดตนเป็นใหญ่ คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ เขาเดินหนีมาในวันที่เด็กคนนั้นถูกรุมเร้าด้วยปัญหาสารพัด ไม่เคยเอ่ยปากช่วย ไม่เคยสักอย่าง คิดว่ารักนี้มีแค่เราสองคน ทั้งที่จริง มันไม่ใช่! มันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกโดยปราศจากคนอื่น

เขาหวังแต่ให้ทาคุมิรักเขาอย่างจริงใจ แต่ตัวเขาเองกลับไม่เคยให้สิ่งนั้นกลับไปบ้างเลย

*~*~*~*~*~*~*~*~*

อีกปีก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะคุมิ...ตั้งใจเรียนล่ะ

ครับ...ถ้าเรียนจบผมจะช่วยคุณเคนทำงาน ตำแหน่งเลขาของคุณผมจองแล้วนะ ห้ามให้คนอื่นทำด้วย

รู้แล้วน่า...สำหรับเธอฉันให้ตำแหน่งมากกว่านั้นเลยก็ได้

ตำแหน่งอะไรครับ

คนรักของฉันไง

*~*~*~*~*~*~*~*~*

คิดว่าคุณคงอยากเก็บเอาไว้ คุมิเค้ากอดไว้ตอนก่อนสิ้นใจ ฮิโรกิยื่นไดอารี่เล่มหนาให้ร่างสูงที่นั่งซึมอยู่ในงานศพที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย

เคนเปิดอ่านทีละหน้า เรื่องราวที่ทาคุมิเขียนในแต่ละวันไม่มีหน้าไหนเลยที่ไม่เขียนถึงเขา ไม่เคยมีคำว่า....ไม่

คิดถึง...ไม่มี

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ทำไม ถึงมีแต่ฉันเฝ้าคอยอยู่ตรงนี้

ทำไม ถึงมีแต่ฉันที่เฝ้าคิดถึง อย่างอ้างว้าง โดดเดี่ยว

หากว่าความรักที่ฉันรู้สึกได้นั้น เป็นความฝันเพียงหนึ่งเดียว

ได้โปรดเถิด โปรดกล่อมฉัน....ให้ดำดิ่ง จมลึกกับความหอมหวานนั้นที

ในความฝันอันสุขล้ำ ที่ที่มีแต่เธอกับฉัน

ที่ที่จะได้ยลยินคำว่ารัก...จากเธอ

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งไหลออกมามากมาย คุโรซาวะ เคน สั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คนรักตัวเล็กของเขาต้องเจ็บปวดแค่ไหนกัน ในเวลาที่เขาไม่อยู่ ไม่อ้อมกอดแสนอบอุ่นนี้คอยปลอบโยนเมื่อยามเสียใจ

ทาคุมิจากไปพร้อมหัวใจที่แหลกสลาย เขาไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นเลยสักนิดยามที่ผลักไสร่างเล็กบางห่างกาย รวดร้าวจนหนทางเบื้องหน้า มืดมน ไม่เห็นทางต่างหาก

ม่านน้ำตาบดบังสิ่งต่างๆ รอบตัว หากแต่ภาพของร่างเล็กบางกลับกระจ่างชัดในความคิดคำนึง...เสียงหัวเราะ รอยยิ้มสดใสนั้นสะท้อนขึ้นมาเป็นฉากเป็นตอน

จะเก็บเอาไว้ ภาพสวยงามเหล่านั้น จะจารึกให้ฝังแน่นในความทรงจำที่แสนรวดร้าวนี้...ตราบนานเท่านาน

Heart to Heart.

All of My Love is for You.

คุโรซาวะ เคน

ถึง

ฟุมิยะ ทาคุมิ

END

คุยกันหน่อยนะจ้ะ

ฟิกเรื่องนี้...เคยลงตั้งแต่ปี 48 ที่จริงเป็นเวอร์ชั่นจินคาเมะ แต่แก้ไขให้เป็นชื่ออื่น

ส่วนใครที่ยังติดตามกันต่อ ก็ขอบคุณค่ะ...ทั้งคนอ่าน คนเม้นท์ มีหลายคนเลยที่ตามมาจากบอร์ดเก่า (จำได้) ขอบคุณนะคะ

สุดท้าย....รักษาสุขภาพค่ะ

เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานดังริบหรี่อยู่ในความรู้สึก
สัมผัสอุ่นไอไล้ลูบอยู่บนผิวหน้า แผ่วเบา
เปลือกตาหนักอึ้งพยายามเปิดขึ้นมอง ใครอีกคนที่รางเลือนอยู่เบื้องหน้า

"พี่จิน" ปากบางสีอ่อนขยับเรียก

"ฟื้นแล้วหรือครับ คนดีของพี่" ปลายนิ้วร้อนยังไม่ลดละ
เชยชมผิวเนื้อนุ่มมือจนถ้วนทั่ว
เด็กหนุ่มดันตัวหนี สัมผัสร้อนรุ่มของชายหนุ่ม

"จะหนีไปไหนล่ะครับ พี่จินไม่ทำอะไรหรอก" กายแกร่งขยับตาม

"ไม่เอา คาซึกลัว" กายบางสั่นเทา หยาดน้ำเคลือบคลอเต็มดวงตาใสสองข้าง
ภาพโหดร้ายของชายตรงหน้า ที่ได้รับรู้ ยังตราตรึงในโสตสัมผัสส่วนลึก

"คนดี อย่ากลัวไปเลย" ชายหนุ่มกระชับร่างนุ่มเข้าแนบอก

อย่าหนี อย่ากลัวพี่เลย... คาซึยะน้องพี่
ต่อให้ไกลสุดหล้า ฟ้ากว้าง...หรืออีกสักกี่ชาติภพ
พี่จินจะตาม....จะค้น...จะหาให้จนเจอ

"หลับเถิดนะ คืนนี้พี่จินจะเล่านิทานกล่อมให้ฟัง" เรื่องเล่าเรื่องเดิมพรั่งพรูออกจากปากชายหนุ่ม
ทุกอักขระ ทุกอักษร ยังฝังลึกในความทรงจำ ไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ร้อยชาติ

แดดสีอ่อนยามเช้าคืบคลานเข้าแทนที่ความมืดมิดของค่ำคืนที่ผ่านพ้น
เหล่ามวลภมรบินว่อนเหนือบุษบาขาวที่ชูช่องามอวดกันอยู่ในสวนกว้าง

เบื้องหลังอาคารเก่าแก่หลังงามที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่ารกชัฏ
ร่างขาวบางยืนใจสั่นเทิ้มด้วยหวาดกลัว เมื่อปลายสายตารอบด้านกลายเป็นสถานที่ไม่เคยคุ้น
ตึกทันสมัยเมื่อวันก่อนกลายเป็นสิ่งก่อสร้างคร่ำครึหลังเก่า ถูกห่อหุ้มด้วยเถาไม้นานาพันธุ์
นี่มันที่แห่งใดกัน!!?

สองขาเพรียวพาก้าวตรงเข้ายังประตูทางออกเร็วรี่
หากต้องชะงักงันเมื่อทั้งร่างถูกรั้งกลับด้วยวงแขนแข็งแรง น่าหวั่นกลัว

พี่จิน!!

จะไปไหนครับคนดี จะหนีพี่ไปไหนอีก

น้ำเสียงสุภาพหากแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นราวกระซิบที่ข้างหู
ใบหน้าเล็กส่ายไปมาแทนคำตอบ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา

กลับเข้าข้างในกันดีกว่า พี่จะพาไปดูห้องของเราสองคน กระชับมือนุ่ม จับจูงเข้าด้านใน

เสียงส้นรองเท้ากระทบขั้นบันไดสะท้อนก้องทุกครั้งที่ก้าวขาลงไป
กลิ่นอับชื้นของตัวอาคารทวีขึ้นเรื่อยจนต้องยกมืออีกข้างขึ้นปิดปลายจมูก
ประตูห้องบานเก่าถูกเปิดออกกว้างจนเห็นภายใน ทึบทึม
เตียงเหล็กสี่เสาตั้งเด่นอยู่กลางห้องที่กลาดเกลื่อนด้วยกลีบกุหลาบ

ร่างเล็กสั่นระริกเมื่อชายหนุ่มหันมายิ้มเย็นแล้วรั้งลงนั่งบนตัก
มือร้อนรุมไล้ลูบไปตามเนื้อแก้มใส ผะแผ่ว ทะนุถนอม

ตาคมสีสนิมจับจ้องดวงตาคู่สวยที่หลุบหลบลงต่ำ
ปากอิ่มแดงขยับเข้ามอบจุมพิตเร่าร้อนให้ร่างตรงหน้า ลึกซึ้ง

รักเหลือเกิน...คนดีของพี่จิน

คำรักหวานหูแว่วดังให้ยินเสียงก่อนเปลือกตาทั้งสองข้างจะหลุบหลับ
แผ่นหลังบางสัมผัสได้กับความอุ่นนุ่มของสิ่งรองรับเรือนกายเอาไว้
และความอุ่นร้อนที่ห่มกายด้านบนลงมา กล่อมให้จมลึกสู่ห้วงฝันประหลาดอีกครั้ง

------------------------------------------

คราบเลือดที่เปื้อนบนผ้าขาว โซ่ตรวนเส้นใหญ่ที่เหนี่ยวรั้งข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างเอาไว้
เสียงร้องครวญสะอื้นอย่างทุกข์ทนที่แว่วยินตลอดเวลา
คนสองคนกับรักอันแสนเจ็บปวดที่ไม่อาจหลุดพ้นจากห้วงชะตา
ใยเลยจะพ้นผ่านคืนนี้ไปได้

-------------------------------------------


นี่นะหรือ คำตรัสของพรหมท่าน
นี่นะหรือ คนที่ควรคู่
ใช่แน่หรือ ชายที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดั่งสวรรค์กำหนด

--------------------------------------------


อ่านแล้ว...จำกันได้ไหมเอ่ย ว่าเป็นฟิกเรื่องอะไร (ฟิกเก่าเล่าใหม่)

อ่านแล้วอย่าเพิกเฉยนะจ้ะ!

ไม่ใช่คนที่เลิศเลอมาจากไหน....ไม่ใช่เจ้าของดาวเดือนที่ส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้า

ก็แค่ผู้ชายธรรมดา ธรรมดา.....ที่ไม่มีวันหยุดรักเธอ

-----------------

------------------------

โอคุระซัง....จอดตรงนี้แหละฮะ เสียงใสๆ ของคนตัวเล็กดังขึ้นทันทีเมื่อรถเบนซ์คันโตที่ตนเองนั่งแล่นมาถึงหน้าสวนสาธารณะร่มรื่นขนาดใหญ่ใกล้ๆ บ้านในเวลาเย็น

ใบหน้าอ่อนเยาว์ชะโงกข้ามเบาะคนขับมาพูดอะไรอีกสองสามประโยคก่อนจะรีบร้อนเปิดประตูรถด้านหลังลงไปโดยไม่ลืมคว้าเอากล่องพลาสติกสีสวยใบย่อมติดมือมาด้วย

คุณหนูอย่ากลับค่ำนักนะครับ คนขับรถคนเก่าแก่ของบิดาตะโกนตามหลังมาอย่างเป็นห่วงเป็นใย

ผมกลับกับจิน โอคุระซังไม่ต้องห่วงนะฮะ แขนเรียวยกขึ้นโบกมือไหวๆ ให้ชายกลางคนหายกังวลใจ ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในสวนที่ร่มครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชนิด

เสียงวิ่งลงฝีเท้าหนักใกล้เข้ามาเรื่อย เด็กหนุ่มร่างสูงที่นั่งพิงมอเตอร์ไซค์คันเก่งอยู่ ค่อยๆเงยหน้าหล่อคมคายขึ้นมองร่างเล็กในชุดมัธยมปลายที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มไล่มองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า ไรผมสีน้ำตาลอ่อนชื้นเหงื่อ ริมฝีปากบางเผยอน้อยๆ แก้มขาวนวลสองข้างปลั่งแดงด้วยความเหนื่อยหอบ

รอนานหรือเปล่า? ถามไปหอบไปให้คนตัวโตกว่าส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ มือเล็กคลายเนคไทสีเทาออกพอหลวมไปพลาง

ทีหลังไม่ต้องวิ่งมาก็ได้...ฉันรอได้อยู่แล้วล่ะน่า ผ้าเช็ดหน้าเนื้อนุ่มในกระเป๋าเสื้อถูกหยิบออกมาซับเหงื่อให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ

ก็...จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ปากเล็กพึมพำ ใบหน้าน่ารักมุ่ยลงเมื่อถูกดุ เวลาสองชั่วโมงที่เหลือหลังจากเลิกเรียน สำหรับตัวคาเมะเองแล้วมันไม่เพียงพอเอาเสียเลย เด็กหนุ่มร่างเล็กครุ่นคิด

ฮื่อ...ทำไมต้องดุด้วยนะ!!.... (- _-) บ่นในใจเสร็จก็ยื่นกล่องในมือให้คนตัวโตที่ยังเช็ดเหงื่อให้อยู่

อะไร?!! มองกล่องลายสวยตรงหน้า รู้อยู่แล้วล่ะว่าข้างในคืออะไร แต่ก็แกล้งถามไปอย่างนั้นเอง

เราตื่นมาทำเองเลยนะเมื่อเช้านี้ นี่ก็ฝากโอคุระซังเอามาให้ตอนมารับที่โรงเรียนเมื่อกี้ด้วย มือหนาหยุดการเคลื่อนไหวทันที มองหน้าสะอาดสะอ้านของคนตัวเล็กที่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด

คาซึยะ...ลำบากมากหรือเปล่า เสียงทุ้มดังขึ้นถาม

ไม่ลำบากเลย...ที่ได้รักจิน

ไม่เลยจิน ไม่ลำบากอะไรเลย จินอย่ากินบะหมี่ถ้วยบ่อยๆ เลยนะ มันไม่ค่อยมีประโยชน์ คนตัวเล็กรีบตอบ ทั้งที่รู้ถึงความหมายที่มันมีมากกว่านั้นของคนร่างสูง

ฐานะที่แตกต่างราวฟ้ากับดิน ทำให้จินย้ำกับตัวเองเสมอว่าให้เจียมตัว!

กินได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ร่างสูงเย้าเล่นยิ้มๆ แล้วก็ได้เห็นดวงหน้าน่ารักบึ้งตึงขึ้นมาทันที

ได้สิ คราวนี้ให้คุณแม่บ้านช่วยทำด้วย ต้องกินให้หมดเลยนะ มือเล็กจัดแจงแกะฝากล่อง หยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมให้เสร็จสรรพ

ขอบคุณนะ

อื้อ

คราวนี้อร่อยใช้ได้ จินชมเมื่อจัดการกวาดอาหารมื้อนี้ลงกระเพาะหมดเกลี้ยง ยิ่งทำให้ร่างเล็กรู้สึกดีตามไปด้วย เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาสามารถทำให้ได้ก็คือการดูแลกันและกันแบบนี้

ขึ้นรถสิ จะไปส่ง ใกล้เวลาเข้างานตอนเย็นแล้ว เดี๋ยวทาคาชิซังจะว่าเอา ร่างสูงอ้างชื่อเจ้าของอู่ซ่อมรถที่เขาทำงานอยู่

จินไปทำงานเถอะ เรากลับรถไฟเองก็ได้ ใกล้แค่นี้ คาเมะว่าเสียงอ่อน กะพริบตาให้ปริบๆ อยากลองขึ้นรถไฟกลับบ้านเองใจแทบขาด แต่จินกับคนที่บ้านไม่ยอมสักครั้ง

เคยขึ้นหรือไง ได้โดนเบียดตาย...มานี่!! จินว่า

ไม่อยากให้คาเมะไปโดนเบียด โดนลวนลามบนรถ บอบบางซะขนาดนี้ ที่บ้านของคนตัวเล็กนี่ก็คงคิดเป็นห่วงอย่างเขาอยู่เหมือนกัน ถึงได้สั่งห้ามเด็ดขาด จินดึงร่างเล็กขึ้นมานั่งซ้อนด้านหลังเรียบร้อย ก็สตาร์ทเครื่องกระหึ่มลั่นสวนก่อนจะเร่งเครื่องทะยานออกไปข้างหน้า แขนเล็กกลมกลึงทั้งสองข้างโอบกอดเอวร่างสูงแน่น ริมฝีปากบางแย้มยิ้มด้วยความอิ่มใจ

ดีจังเลยนะ...ดีจังที่ได้รักกัน

ไม่ว่าพรุ่งนี้จะดำเนินไปทางไหนก็สุดแล้วแต่...อย่างน้อยในวันนี้ก็ยังมีความทรงจำดีๆ ทีได้ทำร่วมกัน

------------------

-------------------------

ยังไม่จบนะ...เอามาแปะไว้ก่อน