4
เส้นคลื่นหัวใจที่วิ่งบนจอมอนิเตอร์....ช้าลง....อ่อนแรงลง....มันแทบกระชากหัวใจผมให้หลุดลอยตามไป ไม่หรอก....ผมไม่ยอมให้เค้าจากไป โดยที่ผมยังไม่ได้ชดใช้ในสิ่งที่ผมทำ....แต่มันจะทดแทนกันได้ไหม....เท่านั้นเอง
งานมงคลสมรสถูกยกเลิกอย่างกะทันหันหลังจากเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้น ฝ่ายหญิงถูกส่งตัวไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างปัจจุบันทันด่วนเหมือนกัน เพื่อหลบคำครหาติฉินนินทาของเหล่าผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูง ส่วนฝ่ายชายไม่ขอพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใดๆ ทั้งสิ้น แต่กระนั้นก็ยังรับเอาตัวคนเจ็บเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่เป็นกิจการของตนเอง
ภายในห้องไอซียูที่เต็มไปด้วยเครื่องช่วยชีวิต แพทย์ และคนเจ็บเองแล้วยังมีชายหนุ่มอีกคนที่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้องนี้ด้วยตลอดเวลา จินนั่งเฝ้าร่างเล็กๆ ที่นอนสงบนิ่งบนเตียงสีขาวอย่างไม่รับรู้ในสิ่งใด ใบหน้าไร้สีเลือดถูกปิดบังด้วยเครื่องช่วยหายใจไว้ถึงครึ่งหนึ่ง แขนขาและศีรษะถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาวอย่างดี ไม่เว้นแม้กระทั่งข้อมือที่แหลกละเอียดยังถูกเจาะเพื่อให้เลือด....โอกาสรอดนั้นมีเพียงน้อยนิด
เดือนกว่าแล้วที่อาการทางหัวใจของคาซึยะยังทรงอยู่กับที่ หลายครั้งเหมือนกันที่อยู่ๆ หัวใจก็หยุดเต้นกะทันหันให้จินและทีมแพทย์ต้องตกใจ บ่อยครั้งที่ชายหนุ่มถึงกับทนมองไม่ได้เมื่อแพทย์พยาบาลปั้มหัวใจร่างเล็กรุนแรงแบบนั้น เป็นเขาเองก็คงเจ็บ แล้วคาซึยะล่ะ....จะเจ็บแค่ไหนกัน แต่สิ่งทำให้จินใจชื้นขึ้นมาบ้างก็คงเป็นแผลตามร่างกายและกระดูกแขนขาที่หักเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว
ฟื้นแล้วนะครับคุณจิน..... เสียงแพทย์เจ้าของไข้ดังขึ้นที่ด้านหลังก่อนที่ชายหนุ่มจะเปิดประตูห้องไอซียูเข้าไปอย่างเช่นทุกวัน....ร่างสูงหันมายิ้มกว้างอย่างดีใจ รีบพรวดพราดเข้าไปโดยไม่ทันรับฟังให้จบประโยค
...แต่ว่าเค้าจะไม่เหมือนเดิมหรอกนะครับ!...
จินมองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ปราศจากเครื่องช่วยหายใจ ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยว่างเปล่า ไม่ได้จับจ้องแต่เขาเหมือนก่อนเก่า ไม่มีแม้แต่เงาของเขาในแววตาคู่นั้น ชายหนุ่มตาร้อนผ่าวเมื่อรับรู้สิ่งที่จะต้องเผชิญในวันรุ่งขึ้น
ปากบางสีอ่อนจะไม่ขยับให้เขาได้ยินเสียงอีกแล้ว
ขาเพรียวคู่นี้จะไม่มีทางกลับมายืดหยัดได้อีกต่อไป
และที่สำคัญ.....ความทรงจำเก่าก่อนได้เลือนหายไปแล้ว
แต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ.....ที่คาซึยะลืมมันไป.....ลืมแม้กระทั่ง.....ตัวเขาเอง
เรือนไม้หลังใหญ่ท่ามกลางสวนดอกไม้กว้างเปิดออกต้อนรับผู้อาศัยคนใหม่ บ้านพักตากอากาศบนเนินเขาของตระกูลอะกานิชิ ที่จินพาคาซึยะมาอยู่หลังจากที่ทางโรงพยาบาลอนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่บ้านได้ เรือนไม้หลังนี้จึงถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง แถมอากาศดีแบบชนบทอย่างนี้ คงทำให้อาการของคนร่างเล็กดีขึ้นมาบ้าง....ขอแค่สักนิดก็ยังดี
อรุณสวัสดิ์คาซึยะ เสียงเดิมๆ ของจินที่ปลุกให้ร่างเล็กบนที่นอนนุ่มตื่นขึ้นทุกๆ เช้า และก็มีเพียงจินคนเดียวที่พร่ำพูดอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า ถึงอย่างนั้นจินก็ยังทำเพียงเพื่อให้คาซึยะหันมาตอบรับการกระทำของเขาบ้าง
ร่างสูงช้อนอุ้มร่างเบาขึ้นแนบอกพาเข้าห้องน้ำโปร่งกว้างที่ประดับประดาด้วยไม้ประดับเล็กๆ และก้อนกรวดเม็ดโตจนดูเหมือนสวนหย่อมเล็กๆ กลางบ้าน ประคองร่างเล็กให้นั่งเอนหลังพิงไหล่ตนเองไว้ในอ่างน้ำอุ่นที่ตัวเขากุลีกุจอตื่นแต่เช้ามาเตรียมทุกอย่างไว้จนพร้อมเพรียง ชายหนุ่มค่อยๆ ตักน้ำอุ่นราดลงบนเรือนผมนุ่มจนเปียก เทแชมพูกลิ่นดอกไม้หอมลงบนมือ นวดกลุ่มผมชุ่มน้ำให้อย่างเบามือ ไม่นานนักชายหนุ่มถึงได้พาร่างเล็กที่สะอาดสะอ้านและหอมกรุ่นด้วยเครื่องชำระล้างกายออกจากห้องน้ำ
ผมยาวแล้วนะ....อยากตัดไหม แต่ว่าอย่าดีกว่า ไว้ยาวแบบนี้ก็ดูน่ารักดี เหมือนเด็กผู้หญิงเลย ใบหน้าคมแย้มยิ้มไปกับคำพูดตนเองฝ่ายเดียว หลังจากที่เช็ดผมเป่าผมให้ร่างเล็กจนแห้งสนิท มือใหญ่บรรจงแปรงผมสลวยนั้นอย่างเบามือที่สุด ในเวลานี้อยากทะนุถนอมให้ถึงที่สุด....แต่มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น กลั้นน้ำตาที่ล้นปรี่ไหลย้อนเข้าไป สองแขนแข็งแรงโอบรัดร่างอุ่นจัดซึ่งนั่งนิ่งเฉยเอาไว้แน่น พร่ำพูดในสิ่งที่สายเกินไป
ขอโทษ...จินขอโทษ
นานทีเดียว....กับการเพียรพยายามของจินกว่าจะทำให้คาซึยะตอบรับในสิ่งต่างๆ ดวงตาคู่สวยมักจะหันมามองเวลาที่ชายหนุ่มพูดโน่นพูดนี่ให้ฟัง....แต่แววตาคู่นี้ก็ยังคงว่างเปล่าอยู่ดี
เสียงรถยนต์กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้เรือนไม้เข้าทุกขณะ ร่างสูงที่กำลังเข็นรถเข็นพาร่างเล็กชมสวนดอกไม้อยู่นั้น เหลียวมองรถตู้ที่ขนเอากลุ่มชายหนุ่มหลายคนมาจอดสนิทที่ลานด้านหน้า ร่างของคนที่คุ้นเคยกันดีค่อยๆ ทยอยลงจากรถทีละคนจนครบ จินยิ้มน้อยๆ ต้อนรับเพื่อนที่ขนกันมาเยี่ยม ถึงแม้ว่าเขาจะพาคาซึยะมาดูแลไกลขนาดนี้ก็ตาม
สบายดีไหม จุนโนะสุเกะเอ่ยปากทักทายเป็นคนแรก ข้างกันนั้นเป็นหนุ่มหน้าหวานที่จินจำได้ดีว่าเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของคาซึยะ ชายหนุ่มตอบรับและทักทายเพื่อนๆ เล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงด้านข้างรถเข็นจับข้อมือเล็กเบาๆ แนะนำเพื่อนๆ อีกครั้งให้ร่างเล็กได้ยิน คาซึยะค่อยๆ หันมองหน้าจิน ฟังคำพูดของจินแล้วค่อยๆ มองไปที่ผู้คนที่ยืนกันอยู่หน้าตนเอง
นี่เรียว ยามะพี โคกิ จุนโนะ แล้วก็ฮิโรกิเพื่อนคาซึยะ....จำได้ไหม ฮิโรกิคุกเข่าลงหน้าร่างเล็ก มือขาวบางไม่แพ้กันแตะมือเล็กเบาๆ ก่อนจะกุมเอาไว้แน่นเมื่อร่างเล็กไม่มีทีท่าอะไร
สวัสดีคาซึยะ เสียงของเรียวดังแทรกขึ้น ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งรีบดึงมือออกจากฮิโรกิ มือเล็กคว้าชายเสื้อของจินมากำไว้แน่น ตัวบางสั่นน้อยๆ น้ำตาหยดลงจากขอบตาอย่างฉับพลัน ทำเอาจินและคนอื่นๆ ตกใจ
พวกนายกลับไปก่อนเถอะนะ....ฉันขอร้อง จินรีบพาคาซึยะเข้าด้านใน กลัวว่าการที่ร่างเล็กพบเจอกับคนเหล่านี้ จะทำให้ความทรงจำแสนเจ็บปวดย้อนกลับมาอีกครั้ง....แบบนั้น เขาไม่ต้องการ
เสียงรถยนต์แล่นจากไปแล้ว แต่น้ำตาของคนในอ้อมกอดยังไม่หยุดไหล ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงกอดปลอบ พร่ำสัญญาว่าจะไม่ให้เจอคนเหล่านั้นอีกแล้ว
มือใหญ่เกลี่ยเส้นผมที่ปรกระใบหน้าออกจนเห็นดวงตาใส ที่ฉ่ำชุ่มด้วยหยาดน้ำมองเขาด้วยแววตาที่ต่างไปจากทุกที จินก้มลงประทับริมฝีปากที่เปลือกตาอย่างอ่อนโยน ผละแผ่ว ระเรื่อยลงมาจนถึงกลีบปากนุ่มที่เขามักต้องแอบขโมยจูบเวลาที่คาซึยะหลับเท่านั้น ร่างเล็กหลับตาลงตอบรับสัมผัสอุ่นซ่านนั้น หากแต่น้ำตาที่เหือดหายไปเมื่อครู่กลับไหลหลั่งลงมาอีกครั้งไม่หยุด
เจ็บ.....เจ็บเหลือเกิน....หัวใจ
ความทรมานที่ฝังลึกกลับพรั่งพรูออกมา....จนต้านทานไม่ไหว
ใครกัน?!!!....ผู้ชายใจร้ายที่แฝงอยู่ในเงามืดนั้นเป็นใครกัน
ทรมานเหลือเกิน
มือเล็กดันอกกว้างออก ดวงตาเปิดขึ้นมองชายตรงหน้าไหวระริก.....อย่า.....อย่ากอดแบบนั้น.....อย่าจูบแบบนั้นอีก
เพราะมันทำให้เจ็บ....แทบทนไม่ไหว
คาซึยะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด.....แต่สัมผัสลึกซึ้งของจิน.....มันทำให้เจ็บปวด.....จนไม่อยากอยู่ใกล้อีกต่อไป
ความรัก.....มักมาพร้อมกับความสงสาร.....ผมไม่รู้ว่าที่เขากำลังทำอยู่.....มันคือสิ่งไหนกันแน่.....ถ้าเป็นอย่างหลังล่ะก็....เก็บมันเอาไว้เถอะ.....ผมไม่ต้องการ